วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

ตอนที่ 8 เครดิตบูโร









เครดิตบูโร ใช้หนี้ก่อนถูกฟ้อง
                เครดิตบูโรคือ สถาบันที่เก็บรวบรวมข้อมูลของการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิต ซึ่งข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วย ข้อมูลส่วนที่บ่งชี้ถึงตัวบุคคล เช่น ชื่อนามสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นประวัติการชำระสินเชื่อบนระบบสถาบันการเงิน และการชำระบัตรเครดิตต่างๆ ทั้งหมดของบุคคลนั้น รวมเรียกว่า "รายงานข้อมูลเครดิต" รายงานข้อมูลเครดิตจะมีการบันทึกและจัดเก็บวงเงินยอดหนี้คงค้าง รวมถึงประวัติการชำระลักษณะปกติและผิดนัดชำระในแต่ละสิ้นเดือนย้อนหลังไม่เกิน 36 เดือน
                โดยปัจจุบันมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ แบล็กลิส หรือ บัญชีดำ แบบผิดๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว เครดิตบูโรจะไม่มีสิทธิ์ในการจัดแบล็กลิสผู้ขอสินเชื่อ เพราะเครดิตบูโรจะทำหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิตของสินเชื่อทุกบัญชีจากสถาบันการเงินตามข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งสถาบันการเงินจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เพราะการตัดสินใจว่าจะอนุมัติสินเชื่อหรือไม่นั้นยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น รายได้ของผู้ขอสินเชื่อ หลักประกัน บุคคลผู้ค้ำประกัน เป็นต้น ในทางกลับกัน หากผู้ขอสินเชื่อมีประวัติการชำระสินเชื่อที่ตรงต่อเวลา และไม่มียอดหนี้คงค้างหรือมียอดหนี้คงค้างเป็นจำนวนเงินไม่มากนัก รายงานเครดิตบูโรก็จะมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงินพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น
                โดยปกติทุกคนควรที่จะรักษาประวัติการชำระให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือตรงต่อเวลาก็จะช่วยให้การขอสินเชื่อในอนาคตมีโอกาสได้รับอนุมัติที่สูงขึ้น การปล่อยให้ประวัติการชำระเงินค้างไปเรื่อย ๆ จะทำให้ถูกบันทึกว่าค้างชำระ จนกระทั่งอาจจะถูกสถาบันการเงินฟ้องร้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย
สำหรับใครบางคนที่บอกว่าไม่เห็นจะมีเจ้าหน้าที่มาทวงถาม หรือไม่เห็นว่าสถาบันการเงินจะทำการฟ้องร้องตนเองเลย สาเหตุเนื่องมาจากว่าลูกหนี้เหล่านี้มักจะมีมูลหนี้ที่ค้างชำระไม่มาก ทางสถาบันการเงินจึงไม่คิดที่จะติดตามทวงถามอย่างจริงจังเนื่องจากไม่คุ้มค่าใช้จ่าย แต่ทางสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีการปล่อยให้ลูกหนี้เหล่านี้มีประวัติค้างชำระอยู่ในฐานข้อมูลเครดิตบูโรไปเรื่อย ๆ เมื่อใดก็ตามที่ลูกหนี้มีความจำเป็นที่จะต้องขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินอื่นๆ ประวัติค้างชำระเหล่านี้จะลดโอกาสให้ลูกหนี้ได้รับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ สุดท้ายแล้วลูกหนี้จะต้องติดต่อกลับมาที่สถาบันการเงินที่ตนเองเคยมีประวัติค้างชำระอยู่ เพื่อทำการเจรจาชำระหนี้ที่คงค้างอยู่โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ตนเองกลับมามีสถานะผ่อนชำระเป็นปกติดังเดิม ดังนั้นแล้วความคิดที่ปล่อยให้มีประวัติค้างชำระไปเรื่อย ๆ คงจะเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะเราทุกคนคงจะไม่อยากมีปัญหาในอนาคตเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เครดิตของตนเองในการขอสินเชื่อ

ขอบคณข้อมูลบางส่วนจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)

 นายพากเพียร

6 ความคิดเห็น:

  1. จ่ายขั้นต่ำตลอดไม่ติดบูโรใช่มั้ยครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คุณก้อง
      ขออธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย จริงๆ แล้วในรายงานเครดิตบูโร ไม่มีคำว่า Black List ปรากฏอยู่นะครับ แต่จะบันทึกว่า บุคคลหนึ่งๆ มีบัญชีสินเชื่ออะไรบ้าง มีสถานะ เปิดหรือปิดบัญชี ถ้าปิด ปิดแบบไหน ประเภทบัญชี เป็นบัตรเครดิต วงเงินส่วนบุคคล หรือเงินกู้บ้าน หรือเงินกู้อื่น ๆ นอกจากนั้น ประวัติการใช้วงเงิน (จำนวนเงินที่ใช้ในแ่ต่ละเดือน) ประวัติการผ่อนชำระ ว่าผ่อนตรง หรือมีการล่าช้าหรือไม่

      ดังนั้นการผ่อนขั้นต่ำตลอด จะถือว่าไม่มีประวัติการค้างชำระ หรือประวัติการผ่อนดี แต่มีวงเงินคงค้าง หรือภาระหนี้ที่รายงานจะบอกเอาไว้ว่ามีเท่าไหร่ ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาวงเงินบางประเภทครับ

      และคำว่าติดบูโร นั้นเป็นคำย่อ มาจากคำว่า มีประวัติค้างชำระติดอยู่ในรายงานเครดิตโร พอเรียกคำย่อไปนานๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเป็นอย่างมากครับ

      ลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ29 มิ.ย. 2555 21:45:00

    กรณีที่ปิดบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลไปเรียบร้อยแล้ว....ต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนคะถึงจะสามารถกู้เงินได้เหมือนเดิมคะ...ช่วยตอบกลับทางเมลล์ด้วยนะคะ nok-2499@hotmail.com

    ตอบลบ
  3. ถ้าเราปิดไปแล้วประมาณ5-6เดือนสามรถยื่นทำบัตรเครดิตได้มั้ยค่ะ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ14 มิ.ย. 2557 18:20:00

    ขอถามว่า ผมเคยถูกฟ้อง แต่ได้ชำระไปหมดแล้วครับ เมื่อเดือนมีนาคม อยากถามว่าหากผมจะทำเรื่องกู้ซื้อบ้านเดือนตุลาคมปีหน้า จะสามารถทำได้หรือไม่ครับ

    ตอบลบ
  5. ขออนุญาตฝากลิงค์นะคะ
    ลุ้นเดิมพันไปกับเกม บาคาร่าออนไลน์ ภาพ แสง สี เสียง สวยงามมากที่สุดในบรรดาเว็บคาสิโนออนไลน์ ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ ที่นี่เลยค่ะ
    https://www.111player.com

    ตอบลบ