ดอกเบี้ยลดต้อนลดลดอก
กับ ดอกเบี้ยคงที่
หลังจากที่ได้พบเห็นโฆษณาที่มักจะเน้นถึงข้อเสนอดอกเบี้ยในอัตราพิเศษจากหลายๆ
สื่อ ทุกท่านคงอาจจะมีคำถามอยู่ในใจว่าวิธีการคิดดอกเบี้ยของธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ
นั้นเค้ามีวิธีการคิดคำนวณกันอย่างไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้นวิธีการคิดคำนวณดอกเบี้ยของธนาคารและสถาบันการเงินที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น
2 วิธี ซึ่งการใช้จะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์หรือลักษณะของบริการนั้นๆ
แต่ข้อสำคัญที่สุดที่ควรจะคำนึงก็คือถึงแม้ว่าวิธีการคำนวณทั้ง 2 วิธีนี้จะมีการใช้อัตราดอกเบี้ยตั้งต้นที่เท่ากัน
แต่เนื่องจากมีกระบวนการคำนวณที่แตกต่างกันจึงทำให้ผลลัพธ์ของทั้ง 2 วิธีนี้ได้ออกมาไม่เท่ากัน
โดยวิธีคำนวนอัตราดอกเบี้ยแบบแรกเราเรียกว่า
วิธีการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ซึ่งเป็นวิธีการคิดที่ค่อนข้างไม่ซับซ้อน
โดยมักจะพบในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ หรือ การผ่อนชำระเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
วิธีการคำนวณก็คือ นำราคาของสินค้าหรือที่เรียกอีกแบบหนึ่งว่าเงินต้น
คูณด้วยอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ได้กำหนดเอาไว้ และคูณด้วยระยะเวลาผ่อนชำระ(ปี) ผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากับดอกเบี้ยเป็นตัวเงินทั้งหมดที่ลูกหนี้จะต้องชำระให้แก่เจ้าหนี้
และถ้าหากว่าต้องการที่จะทราบจำนวนเงินที่จะต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนก็สามารถคำนวณโดยการนำจำนวนเงินต้นบวกด้วยดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงินทั้งหมดหารด้วยระยะเวลาผ่อนชำระ(ปี) และหารอีกครั้งด้วย
12
สำหรับวิธีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบที่สองนั้นจะมีชื่อเรียกว่าแบบลดต้นลดดอก
(Effective Rate) ซึ่งวิธีการนี้จะค่อนข้างซับซ้อนกว่าแบบแรก
โดยมักจะใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก, สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อธุรกิจ,
และบัตรเครดิตบางประเภท
โดยวิธีการคิดดอกเบี้ยประเภทนี้นั้นทางธนาคารหรือสถาบันการเงินจะนำยอดเงินต้นคงเหลือคูณอัตราดอกเบี้ยรายปี
หาร ด้วย 365 วัน และคูณด้วยจำนวนวันนับจากวันที่มีการชำระค่างวดครั้งสุดท้าย
ดังนั้นในงวดถัดไปเมื่อมีการผ่อนชำระเพื่อให้จำนวนเงินต้นคงเหลือลดลงก็จะทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายลดลงตามไปด้วย
โดยสัดส่วนของดอกเบี้ยจ่ายกับเงินต้นคงเหลือจึงเท่ากันตลอดระยะเวลาการกู้ ดังนั้นจึงทำให้อัตราดอกเบี้ยจ่ายเฉลี่ยทุกงวดเท่ากับดอกเบี้ยที่แจ้งไว้ในครั้งแรก
โดยการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนั้นจะยุติธรรมกว่าการคิดด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
เพราะอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่นั้น ถึงแม้ว่าจำนวนเงินต้นคงเหลือได้มีการลดลงทุกครั้งในแต่ละงวดแล้วก็ตาม
แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดไม่ได้ลดลงตาม
จึงทำให้สัดส่วนของดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดเมื่อเทียบกับเงินต้นคงเหลือเพิ่มขึ้นเรื่อย
ๆ ในแต่ละงวด ด้วยวิธีนี้จึงทำให้ดอกเบี้ยแบบคงที่มีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงกว่าดอกเบี้ยที่แจ้งประมาณ
1.7-1.9 เท่าของดอกเบี้ยที่แจ้งเอาไว้
โดยทุกท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของคำอธิบายได้จากกราฟ
การจะเปรียบเทียบดอกเบี้ยลดต้นลดดอก
กับ ดอกเบี้ยคงที่ ต้องเอาดอกเบี้ยแบบคงที่ คูณด้วย 1.9 เท่าก่อนที่จะนำมาเปรียบเทียบกันว่า ดอกเบี้ยแบบไหนถูกกว่ากันเสียก่อน
นายพากเพียร




ชอบเรื่อง มากๆเลย สนุก+สาระเน้นๆ เข้าใจง่าย ออกเป็นเล่มเมื่อไรจะอุดหนุนนะครับ
ตอบลบตอนนี้กำลังติดบ่วงดอกเบี้ยอยู่
ตอบลบสวดยอด อ่านง่าย เข้าใจได้ ไม่ยาก
ตอบลบเมื่อไรจะผ่อนหมดละเนี่ย... เฮ้อ!!! ร้อยละ 1.29 เนี่ย
ตอบลบ@witta.bb ดอกเบี้ย 1.29 ถ้าเป็นแบบคงที่ แล้วคิดต่อปี ถือว่าถูกมากแล้วนะครับ เพราะคิดเป็นลดต้นลดดอกประมาณ 2.193-2.451 % ต่อปีเองครับ
ลบถ้าอยากเปรียบเทียบลองเข้าไปเล่นตารางเปรียบเทียบได้ที่
http://www.tcrbank.com/product.php?productid=3&guid=1324521241
ทางธนาคารได้ทำโปรแกรมคำนวนไว้แล้วครับ
link นี้ไม่มีอยู่แล้วครับ
ลบแนวคิดpage 3/4 มุมมองไม่น่าจะถูกครับ เพราะดอกเบี้ยของผู้ปล่อยกู้ กับผู้กู้ต้องเท่ากันครับ ผู้ปล่อยกู้ใช้เงินต้น 300 บาท ได้ผลตอบแทน 90 บาท ใน 3ปี คิดกลับมายังไงก็อยู่ 10% ครับ
ตอบลบเพราะฉะนั้น ตัวเลขเฉลี่ย 18.33%เป็นมุมมองที่ไม่ถูกครับ
@คุณ ไม่ระบุชื่อ ขออธิบายเพิ่มเติมนะครับ ในการคิดดอกเบี้ยที่แท้ตริงแล้ว จะต้องพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ เงินที่ใช้ไป และ เวลา ในภาพที่ 3/4 นั้น การตั้งต้นที่ 10% ก็จริง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เงินที่ใช้ไป (เงินต้น) กลับลดลงไปเรื่อย ดังนั้น ผู้ปล่อยกู้มีโอกาสที่จะนำเงินต้นที่ได้รับผ่อนชำระกลับคืนมาไปปล่อยกู้ให้กับรายอื่น ๆ ต่อไปได้ครับ เพราะฉะนั้น การคิดดอกเบี้ยบนฐานเดิมของเงินต้นครั้งแรกคงที่ตลอดทำให้เกิดการบิดเบือนไปจากดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือ Effective Rate ครับ
ลบวิธีการคำนวนแบบยละเอียดที่สุดต้องใช้การคิดเป็นวัน หมายความว่า เอาดอกเบี้ยต่อปี หารด้วย 365 จะได้เป็นดอกเบี้ยต่อวัน แล้วคูณกับเงินต้นคงเหลือ ณ สิ้นวัน (เวลาประมาณเที่ยงคืน)ทำให้เกิดเป็นดอกเบี้ย ถ้าผู้กู้ยังไม่ได้จ่าย ก็จะสะสมไว้เรื่อย ๆ จนครบเดือน ทำให้เกิดเป็น ค่างวด ที่มีทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยครับ
จริง ๆ แล้วการคิดดอกเบี้ย จะสามารถคิดได้หลายวิธี เช่น กาคิดดอกเบี้ยหักต้น กู้ 100 รับเงินจริง 90 บาท เวลาเปรียบเทียบต้องคิดดอก 10 บาท จาก เงินต้น 90 บาท เพราะว่า ผู้กู้มีโอกาสใช้เงินแค่ 90 บาทเท่านั้น หรือเป็นดอกเบี้ยแบบจ่ายครั้งเดียวเมื่อครบกำหนด อันนี้จะเหมือนกับลดต้นลดดอก แต่ ดอกเบี้ยจะเป็นก้อนใหญ่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน
และที่สำคัญ การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจะต้องอยู่บนฐานเวลาเดียวกัน คือจะเป็นต่อเดือน ต่อปี หรือ ต่อ 2 ปีก็ได้ แต่โดยส่วนมากแล้ว จะพูดกันบนต่อปีครับ
วิธีการคำนวนแบบยละเอียดที่สุดต้องใช้การคิดเป็นวัน หมายความว่า เอาดอกเบี้ยต่อปี หารด้วย 365 จะได้เป็นดอกเบี้ยต่อวัน แล้วคูณกับเงินต้นคงเหลือ ณ สิ้นวัน (เวลาประมาณเที่ยงคืน)ทำให้เกิดเป็นดอกเบี้ย ถ้าผู้กู้ยังไม่ได้จ่าย ก็จะสะสมไว้เรื่อย ๆ จนครบเดือน ทำให้เกิดเป็น ค่างวด ที่มีทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยครับ
ลบวิธีการคิดแบบนี้ใช้กับเงินฝากได้ด้วยใช่มั๊ยครับ
สินเชื่อ1 ดอกเบี้ย 9.9 3ด. 16% 21ด. กับอีกสินเชื่อนึง 10% 12 ด. 28% 12เดือน อันไหนดอกเบี้ยถูกกว่ากัน แล้ววิธีคิดคิิดยังไงครับ
ตอบลบTopUp2Rich สร้างรายได้วันละ 4,200 บาท จากมือถือของคุณ
ตอบลบTopUp2Rich ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนมือถือของคุณให้กลายเป็นเครื่องจักรทำเงิน
วิธีรับเงินง่าย ๆ
เพียงเปลี่ยน วิธีการเติมเงินมือถือ ของคุณ
มาใช้บริการกับ Topup2Rich
โดยเติมผ่าน โทรศัพท์มือถือทุกรุ่น, iPad, Notebook
หรือ Computer จะเติมเงินให้คุณเอง หรือเติมให้ใคร..ก็ได้
ใช้ได้กับมือถือทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกระบบ ขอเพียงส่ง SMS ได้ก็พอ
เติมเงินมือถือ สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา
เพราะคุณไม่ต้องเดินทาง 7-11 ไม่ต้องเดินหาตู้ ไม่ต้องเสียเวลาขูดบัตร
เพียงเติมเงินมือถือ เดือนละ 100 บาทขึ้นไป
สามารถสร้างรายได้หลักหมื่นหลักแสนต่อเดือน
สุดยอดแผนการตลาดของ Topup2rich แบ่งผลกำไรการเติมเงินทั้งหมดให้นักธุรกิจ
และรายได้การบริหารทีมอีกวันละ 4200 บาท
ธุรกิจของคนไทย ถูกกฏหมาย 100%
ดูรายละเอียดและวิธีการสมัครได้ที่
http://www.topup2rich.org/?id=kengpk
(หากกรอกข้อมูลไม่ได้ให้ใช้ Internet Explorer เปิดเว็บครับ)
ติดต่อสอบถามได้ที่ : 080-4697540 (คุณเก่ง ภายุภัค ไพศาลธนาทรัพย์)
อีเมล์ & MSN : topup2rich1@hotmail.com
ติดต่อได้ตลอด 24 ช.ม. ครับ