แนวคิดการซื้อรถ
เมื่อคนเราตัดสินใจว่าซื้อรถสักคัน
ควรจะมีขั้นตอนในการตัดสินใจอยู่หลายขั้นตอน
เพื่อให้ได้รถที่เหมาะสมกับตัวเองให้มากที่สุด ขั้นตอนเหล่านี้
โดยมีรายละเอียดดังนี้
ขั้นที่ 1 พิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้รถ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก
และวัตถุประสงค์รองของการใช้รถอยู่ การพิจารณาวัตถุประสงค์หลัก
จะทำให้ได้ประเภทของรถ ระหว่าง กระบะ รถเก๋ง รถ SUV เป็นต้น
หากต้องการใช้รถเพื่อการค้า ส่งของหรือจะต้องมีการบรรทุกของอยู่เป็นประจำ
ก็ควรจะเป็นรถกระบะ แต่ถ้าต้องการใช้เพื่อขับไปกับระหว่างบ้านกับที่ทำงาน
ต้องการนั่งสบาย ๆ ก็ให้พิจารณาทำรถเก๋ง
ถ้าต้องการรถเพื่อการบรรทุกผู้โดยสารหลายคน ให้พิจารณาที่รถตู้ เป็นต้น
สำหรับวัตถุประสงค์รอง เป็นเป็นการแบ่งรุ่นของรถ เช่น
เมื่อต้องการรถกระบะเป็นวัตถุประสงค์หลัก แต่ต้องการใช้เป็นรถเพื่อครอบครัวด้วย
อาจจะต้องพิจารณาเป็นรถกระบะ 4 ประตู หรือ
ถ้าวัตถุประสงค์หลัก คือต้องการรถเพื่อขับไปทำงาน
วัตถุประสงค์รองต้องการรถประหยัดน้ำมัน หาที่จอดง่าย ให้พิจารณาที่รถขนาดเล็ก เช่น
Eco-Car หรือ City Car เป็นต้น
การพิจารณาในขั้นนี้ จะได้เป็นกลุ่มรถที่ต้องการ
ขั้นที่ 2 พิจารณาเรื่องงบประมาณ หรือกำลังซื้อ
เพื่อเป็นการคัดกรองกลุ่มรถจากขั้นตอนเลือกรถตามวัตถุประสงค์การใช้รถ
ให้เหลือเฉพาะกลุ่มที่สามารถซื้อได้ตามกำลังจริง ๆ
ในขั้นตอนนี้อาจจะพิจาณาเพิ่มเติมระหว่างรถเก่า และรถใหม่ได้ด้วย เพราะราคารถเก่าในรุ่น
และแบบเดียวกัน มักจะมีราคาต่ำกว่าซื้อรถใหม่ หรือ ด้วยงบประมาณที่เท่ากัน
อาจจะสามารถซื้อรถที่มีคุณสมบัติสูงกว่าก็ได้ ในการพิจารณาเรื่องงบประมาณนั้น
ในขั้นตอนนี้จะรวมถึงการพิจารณาในการกู้ หรือ ซื้อเงินสดด้วย เนื่องจากรถแต่ละรุ่
แต่ละแบบ จะมีการวางเงินดาวน์ หรือ ดอกเบี้ยในการผ่อนชำระไม่เท่ากัน
จะต้องสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายและสถานบันการเงินให้ครบถ้วนเสียก่อน
ขั้นตอนที่ 3 การพิจารณาตามวิถีชีวิต และความชอบ ในขั้นตอนนี้ จะหมายถึงรูปแบบการใช้รถ
เช่น ความชอบเรื่องรถเก่า หรือ รถใหม่ เพราะบางคนไม่ไว้ใจรถเก่า
หรือต้องการความมั่นใจในคุณภาพของรถ จึงซื้อแต่รถใหม่
แต่บางคนกลับชอบรถเก่าเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า
และสามารถจัดการเรื่องการซ่อมได้ ซึ่งจุดเด่นของการซื้อรถมือสองคือเรื่องราคา
ความตั้งใจในการใช้รถ
บางคนตั้งใจจะใช้รถยาว ๆ ซื้อแล้วไม่ขาย และต้องการรถที่มีเทคโนโลยีสูง
สามารถพิจารณาในรถบางยี่ห้อที่เน้นเรื่องของเทคโนโลยีได้ แต่ชอบเปลี่ยนรถบ่อย ๆ
ทุก ๆ 3-5 ปี ควรจะดูที่รถที่ตลาดนิยมหรือเรียกว่า
ยี่ห้อตลาด รถกลุ่มนี้ซื้อขายมือสองจะไม่ตกมาก
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของยี่ห้อรถ
ซึ่งมีความชอบที่แตกต่างกัน เช่น ยี่ห้อรถยุโรป กับ ยี่รถญี่ปุ่น นอกจากนั้นแล้ว
ยังรวมถึงการพิจารณาชุดแต่งต่าง ๆ ด้วย เพราะในรถรุ่นเดียวกัน
จะมีลูกเล่นที่ชุดแต่งที่แตกต่างกัน เช่น มีชุดเครื่องเสียง ล้อมแมกซ์ สปอยเล่อร์
เบาะหนัง และการตกแต่งภายใน เป้นต้น ขั้นตอนนี้มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาค่อนข้างเยอะซึ่งจะต้องพิจาณาให้ละเอียดรอบคอบ
ขั้นตอนที่ 4
ความชอบส่วนตัวของผู้ที่ตัดสินใจ หรือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ
ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนตัดสินใจซื้อจริง ๆ
ซึ่งปัจจัยที่กระทบต่อการตัดสินใจหลายประการ เช่น ความชอบ และความเชื่อส่วนตัวของผู้ซื้อหรือคนในครอบครัว
บางคนจะมีเรื่องของความเชื่อการกับโชคลางเข้ามาเกี่ยวข้องกับการซื้อด้วย หรือ
พนักงานขายรถ อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อได้เช่นกัน
ขั้นตอนที่ 5
การพิจารณาโดยรวม เมื่อการพิจารณาผ่านทั้ง 4 ขั้นตอนแล้ว
ให้มาพิจารณาถึงความสอดคล้องกันในแต่ละขั้นตอน ถ้ามีความขัดแย้งกันในแต่ละขั้นตอน
ต้องมีให้น้ำหนักความสำคัญของแต่ละขั้นว่าในขั้นตอนไหนมีความสำคัญต่อการตัดสินใจมากกว่ากัน
เช่น ถ้าเรื่องงบประมาณมีความสำคัญสูงสุด ทำให้ไม่สามารถได้รุ่นที่ต้องการได้
ก็จำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรุ่นตามกำลังซื้อของตนเอง ทั้งนี้ การซื้อรถสักคัน
จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุข เนื่องรถเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสุข
ถ้าเราซื้อรถได้ถูกใจ เมื่อใช้มีความสุข ทั้งสุขใจที่ได้รถถูกใจ
สุขกายที่ได้รถไม่ติดปัญหาจุกจิก และสุขกระเป๋า ที่สามารถซื้อตามกำลังของตนเอง



สาระ ดีๆ ขออนุญาติ เอาไป post ต่อ ให้เพื่อนได้รู้ นะครับ
ตอบลบ