กู้เงินให้ผ่านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
การกู้เงิน
จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากลัว หรือน่ารังเกียจแต่อย่างใด
เพียงแต่จะต้องเข้าใจหลักให้เงินกู้และ เข้าใจถึงความสามารถของตนเองแบบพอเพียง
เท่านี้ชีวิตก็จะสามารถดำรงได้อย่างมีความสุข หลักการให้สินเชื่อหรือเงินกู้นั้นมีหลักการง่าย
ๆ คือ ทำให้สถาบันการเงินเชื่อว่า
ผู้กู้จะสามารถนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาคืนได้ในอนาคต
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาจึงประกอบด้วย
1.
รายได้และความสามารถในการชำระหนี้
2.
ประวัติการผ่อนชำระในอดีต
3.
ความต่อเนื่องและระยะเวลาในการทำงาน
4.
ความเชี่ยวชาญในอาชีพหรือธุรกิจ เฉพาะเจ้าของธุรกิจ
5.
ความมีตัวตนอยู่จริงของผู้กู้
รายได้ ทางสถาบันการเงิน
จะพิจารณาจากเงินเดือน รายได้อื่น ๆ หรือ กระแสรายได้ของธุรกิจเป็นหลัก
สำหรับความสามารถในการชำระหนี้ จะพิจารณาจาก ค่างวดในการผ่อนชำระต่อเดือน
วงเงินสินเชื่อพร้อมใช้อื่น ๆ ที่มีอยู่ ภาษีที่ต้องชำระและ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ในชีวิตประจำวันต่างๆ
ประวัติการผ่อนชำระ จะพิจารณาหลัก ๆ
มากจากประวัติในเครดิตบูโร การฟ้องร้องและการบังคับคดี เพราะสถาบันการเงินเชื่อว่า
คนที่เคยมีประวัติในการค้างชำระจะมีแนวโน้มที่ค้างชำระอีกในอนาคต ดังนั้นจึงต้องการเฉพาะลูกค้าที่มีประวัติดีน่าเชื่อถือเป็นส่วนใหญ่
ความต่อเนื่องในการทำงาน
จะดูจากอายุงาน ความมั่นคงในอาชีพ ปกติแล้วจะพิจารณา จากอายุงาน
หรืออายุกิจการที่ดำเนินการไม่น้อยกว่า 2 ปี เพราะการทำงาน 2 ปี
ขึ้นไป จะสามารถพิสูจน์ความสามารถได้ระดับหนึ่ง
ความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพ
จะพิจารณาประวัติในอดีตถึง ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ความสามารถในการทำกำไร
การแก้ปัญหาหรือความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยด้านต่างๆ
และปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจ
ความมีตัวตนอยู่จริง หมายถึง
เอกสารทุกอย่างจะต้องเป็นเอกสารจริงทั้งหมด ไม่มีการตกแต่ง หรือการปลอมแปลงเอกสาร
อย่างไรก็ตามผู้กู้ควรที่จะคำนึงถึงหลักความพอเพียงเป็นสำคัญ
การกู้เงิน ไม่ใช่การได้เงินฟรี ๆ ต้องมีการชำระคืนในอนาคต ดังนั้นผู้ตัดสินใจที่จะกู้ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนถึงความจำเป็นจริง
ๆ เพราะจะเห็นอยู่เสมอคือการกู้เพื่อการบริโภคสินค้าอย่างฟุ่มเฟือยจนทำให้เกิดภาระหนี้สินตามมา
การกู้เงินเพื่อทำกิจกรรมใด ๆ นั้นจะต้องคิดไว้เสมอว่า
เงินกู้นั้นจะต้องช่วยส่งเสริมให้เกิดรายได้ในอนาคต และไม่เป็นการลดทอนคุณภาพชีวิต
การกู้เงินเพื่อการบริโภคสามารถคำนวณความสามารถของตนเองได้ง่ายๆ
ด้วยสูตรสำเร็จดังนี้ รายได้ประจำทั้งหมดในแต่ละเดือน
หักด้วยค่าใช้จ่ายจำเป็นในแต่ละเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไป ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน
ค่าใช้จ่ายเดินทาง และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด หักด้วยเงินออมขั้นต่ำ (ประมาณ 10% ของรายได้)
ส่วนที่เหลือจะเป็นความสามารถในการผ่อนชำระที่จะไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิต
สำหรับธุรกิจ วิธีการพิจารณานั้น
เมื่อกู้เงินมาแล้วจะเหลือกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วมากกว่ากำไรสุทธิเดิมหรือไม่
และหลังจากกู้แล้วอาจจะต้องมีกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
ผู้กู้สามารถจัดการปัญหาเหล่านั้น หรือรับมือกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่
เพราะบางครั้งเป็นการขยายขอบเขตงานที่เกินต่อความสามารถของผู้กู้จนอาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้
การกู้เงินอย่างรู้ประมาณตน
ไม่ทำให้ชีวิตลำบากเพราะความอยากมีอยากได้ หรืออารมณ์ชั่ววูบ พิจารณาดี ๆ
ให้ถี่ถ้วน ชีวิตจะมีความสุขกับการบริการทางด้านการเงิน
นายพากเพียร




^_^ เมื่อไรจะออกหนังสือครับ จะอุดหนุนสักหน่อย อ่านง่ายสาระดีแบบนี้ถูกใจจริงๆ
ตอบลบปัญญาอ่อน ไร้สาระ อ่านการ์ตูน
ตอบลบรอหนังสือรวมเล่มนะครับ
ตอบลบ