วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ตอนที่ 2 เก็บสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท







เก็บสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
                หลาย ๆ คนคงเคยมีปัญหากับการเลือกเปิดบัญชีเงินฝาก และสงสัยว่าบัญชีเงินฝากแต่ละประเภทมีลักษณะเป็นอย่างไรและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นต้องพูดถึงสิ่งที่เหมือนกันก่อนคือผลตอบแทน บัญชีเงินฝากทุกประเภทจะจ่ายผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามที่ธนาคารจะกำหนด ซึ่งจะอยู่ในรูปของอัตราดอกเบี้ยต่อปี โดยวิธีการคำนวณดอกเบี้ยจะใช้วิธีการคำนวณจากเงินคงเหลือเมื่อสิ้นวัน (ประมาณเที่ยงคืน) แล้วคูณด้วยอัตราดอกเบี้ย และจึงค่อยหารด้วย 365 โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากับดอกเบี้ย (จำนวนเงิน) ที่งอกเงยขึ้นในวันนั้น ธนาคารจะทำแบบนี้ทุกวันจนถึงวันครบกำหนดที่ต้องชำระดอกเบี้ยและจะรวบรวมจำนวนเงินที่คำนวณได้ทั้งหมดนี้ส่งมอบให้กับลูกค้าผู้ฝากเงินกับธนาคาร

                การแบ่งประเภทเงินฝาก จะสามารถแบ่งประเภทได้ 4 ประเภทใหญ่คือ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ เงินฝากปลอดภาษี และ เงินฝากกระแสรายวัน

                เงินฝากออมทรัพย์ โดยปกติแล้วเงินฝากออมทรัพย์จะไม่มีเงื่อนไขในการฝากและถอน คือจะฝาก จะถอนเท่าไหร่ก็ได้ ยกเว้นการถอนด้วยบัตรเอทีเอ็มที่บางครั้งจะมีการกำหนดจำนวนเงินและจำนวนครั้งในการถอนผ่านบัตร สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ ถ้าดอกเบี้ยที่ได้รับต่อปีเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 20,000 บาท จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่ถ้าได้ดอกเบี้ยมากกว่า 20,000 บาท จะต้องเสียภาษี 15% เฉพาะส่วนที่เกินของดอกเบี้ยที่ได้รับ โดยบัญชีออมทรัพย์เหมาะสำหรับคนที่มีรายรับรายจ่ายเป็นประจำ และสามารถทำรายการถอนเงินด้วยตนเองได้

                เงินฝากประจำ โดยปกติแล้วจะเป็นเงินฝากที่เสนออัตราดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าผู้ฝากเงินสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ แต่จะมีเงื่อนไขระยะเวลาระบุ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน เมื่อฝากเงินถึงระยะเวลาที่กำหนด ธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราที่แจ้งให้ลูกค้ารับทราบ ณ วันที่ได้ทำการฝากเงิน โดยลูกค้าผู้ฝากเงินจะต้องเสียภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยที่ได้รับ 15% ซึ่งการคำนวณดอกเบี้ยจะแยกกันตามครั้งที่ลูกค้าได้มีการฝากเงิน จริงๆแล้วบัญชีเงินฝากประจำลูกค้าสามารถที่จะถอนเงินก่อนกำหนดได้ แต่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่ได้ตกลงไว้กับธนาคารในตอนแรก สำหรับบัญชีเงินฝากประจำที่มีลักษณะของดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากันตลอดระยะเวลา โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของการยิ่งฝากนานอัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งค่อยๆเพิ่มขึ้น ธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยโดยใช้หลักการเดิมคือ คำนวณจากยอดคงค้างเมื่อสิ้นวันทำการ คูณด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดของวันนั้น ๆ และหารด้วย 365 โดยเงินฝากประจำเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงิน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น 3 เดือน 6 เดือน

                เงินฝากปลอดภาษี จะเป็นเงินฝากที่มีลักษณะพิเศษ คือเป็นลักษณะของเงินฝากประจำที่มีเงื่อนไขระบุระยะเวลา แต่ลูกค้าจะต้องมีการส่งมอบเงินฝากให้แก่ธนาคารเป็นประจำทุกเดือน เดือนละเท่า ๆ กัน โดยยอดรวมจะต้องไม่เกินกว่า 600,000 บาทเมื่อครบกำหนด บัญชีเงินฝากปลอดภาษีจะสามารถทำได้เพียง 1 บัญชีต่อ 1 คนเท่านั้น ถ้าผู้เปิดบัญชีจดทะเบียนสมรสแล้ว คู่สมรสทั้ง 2 คนจะสามารถมีบัญชีรวมกันแล้วได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น และลูกค้าผู้เปิดบัญชีไม่สามารถเปิดบัญชีเงินฝากปลอดภาษีซ้อนกันในหลาย ๆ ธนาคารได้ ในกรณีที่ลูกค้ามีการผิดนัดส่งมอบเงินฝากตามที่ได้ตกลงไว้กับทางธนาคาร ลูกค้าจะสามารถผิดนัดส่งมอบได้เพียง 2 ครั้งในตลอดระยะเวลาการฝากทั้งหมด ถ้ามีการผิดนัดส่งมอบมากกว่านั้น ธนาคารจะทำการจ่ายดอกเบี้ยแบบผิดเงื่อนไขให้แก่ลูกค้าผู้ฝากเงินแทน ซึ่งอาจจะเท่ากับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ แต่ลูกค้าจะต้องเสียภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยที่ได้รับ สำหรับบัญชีเงินฝากปลอดภาษีแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้สม่ำเสมอ และต้องการสร้างวินัยในการออม

                เงินฝากกระแสรายวัน เป็นบัญชีเงินฝากที่ไม่มีข้อจำกัดในการฝากถอน แต่ลูกค้าจะไม่ได้รับสมุดเงินฝาก ดังนั้นการถอนเงินจะสามารถทำได้ด้วยการจ่ายเป็นเช็ค บัญชีเงินฝากประเภทนี้อาจจะไม่มีดอกเบี้ยเงินฝากก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโนบายของแต่ละธนาคาร แต่ถ้ามีการจ่ายดอกเบี้ย ลูกค้าผู้ฝากเงินจะต้องทำการเสียภาษีเงินได้ 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ บัญชีเงินฝากประเภทนี้ เหมาะสำหรับบุคคล หรือธุรกิจที่ต้องมีการถอนเงินเป็นประจำ โดยไม่ต้องการถอนเงินด้วยตัวเอง โดยจะสามารถใช้เช็คในการสั่งจ่ายเงินแทน

นายพากเพียร

15 ความคิดเห็น:

  1. แทบขว้างกระปุกทิ้งเลยทีเดียว ฮ่าๆ

    ตอบลบ
  2. วิ่งควาย15 ม.ค. 2555 23:19:00

    ที่ 1 ฮ่า

    ตอบลบ
  3. ฮาตอนสุดท้ายนี่ล่ะ หักมุมจริงๆ

    ตอบลบ
  4. ฮาาาาา เข้าใจอารมณ์น้องแพนด้า ... เพราะเคยถามแบบนี้เหมือนกัน แต่เงินมีน้อยนิด ><

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ16 ม.ค. 2555 00:27:00

    เงินฝากปลอดภาษี นี่คือ สินมัธยะ หรือเปล่าครับ?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เงินฝากปลอดภาษีของแต่ละธนาคารจะมีชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกันนะครับ
      ให้ลองดูในรายละเอียด ถ้าเป็นเงินฝากที่ต้องฝากทุกเดือนและมีแบบฟอร์มแจ้งสรรพากร ก็ใช้เลยครับ

      ลบ
  6. ตอนเด็กๆ เห็นเพื่อนในห้องมีบัญชีธนาคาร บอกแม่ฝากให้ อยากมีมั่ง แต่แม่เราไม่มีเงินฝากให้ก็เลยหยอดออมสิน เก็บๆ จบ ป. 6 มีเงินฝากเป็นหมื่น 555+

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เก่งจังเลยครับ เงินออมต้องฝึกเป็นนิสัย ถึงจะเห็นผลครับ

      ลบ
  7. ขำมุกสุดท้ายครับ หักมุมได้ดีเลย ^^

    ตอบลบ
  8. ฮา+ความรู้...ชอบๆๆ

    ตอบลบ
  9. น่าสงสารจังเลย เก็บเงินจนตายก็ยังไม่ได้ ฟีโน่

    แบบนี้ควรเพิ่มเงินออม หรือ เพิ่มอายุไขดี อิอิ ^_____^

    ชอบมากเลยครับฮ่าๆ

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ17 ม.ค. 2555 08:42:00

    สงสารแพนด้าจัง ชีวิตรันทดเหมือนเราเลย 55+

    ตอบลบ
  11. ซื้อจักรยานก่อนละกัน

    ตอบลบ
  12. สนุกจังเลยครับ ได้ทั้งสาระและอารมณ์ขันในเวลาเดียวกัน

    ตอบลบ
  13. ตรงอธิบาย เขียนผิดหรือเปล่าครับ

    ถ้าดอกเบี้ยที่ได้รับต่อปีเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 20,000 บาท จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี <<

    ตกลงยอดดอกเบี้ยที่ไม่เกิน สองหมี่นบาท เสีย หรือไ่ม่เสียภาษี

    ตอบลบ