เก็บสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
หลาย
ๆ คนคงเคยมีปัญหากับการเลือกเปิดบัญชีเงินฝาก
และสงสัยว่าบัญชีเงินฝากแต่ละประเภทมีลักษณะเป็นอย่างไรและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นต้องพูดถึงสิ่งที่เหมือนกันก่อนคือผลตอบแทน
บัญชีเงินฝากทุกประเภทจะจ่ายผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามที่ธนาคารจะกำหนด
ซึ่งจะอยู่ในรูปของอัตราดอกเบี้ยต่อปี โดยวิธีการคำนวณดอกเบี้ยจะใช้วิธีการคำนวณจากเงินคงเหลือเมื่อสิ้นวัน
(ประมาณเที่ยงคืน) แล้วคูณด้วยอัตราดอกเบี้ย และจึงค่อยหารด้วย 365 โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากับดอกเบี้ย (จำนวนเงิน)
ที่งอกเงยขึ้นในวันนั้น ธนาคารจะทำแบบนี้ทุกวันจนถึงวันครบกำหนดที่ต้องชำระดอกเบี้ยและจะรวบรวมจำนวนเงินที่คำนวณได้ทั้งหมดนี้ส่งมอบให้กับลูกค้าผู้ฝากเงินกับธนาคาร
การแบ่งประเภทเงินฝาก
จะสามารถแบ่งประเภทได้ 4
ประเภทใหญ่คือ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ เงินฝากปลอดภาษี และ เงินฝากกระแสรายวัน
เงินฝากออมทรัพย์
โดยปกติแล้วเงินฝากออมทรัพย์จะไม่มีเงื่อนไขในการฝากและถอน คือจะฝาก
จะถอนเท่าไหร่ก็ได้ ยกเว้นการถอนด้วยบัตรเอทีเอ็มที่บางครั้งจะมีการกำหนดจำนวนเงินและจำนวนครั้งในการถอนผ่านบัตร
สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ ถ้าดอกเบี้ยที่ได้รับต่อปีเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 20,000
บาท
จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่ถ้าได้ดอกเบี้ยมากกว่า 20,000 บาท จะต้องเสียภาษี 15% เฉพาะส่วนที่เกินของดอกเบี้ยที่ได้รับ
โดยบัญชีออมทรัพย์เหมาะสำหรับคนที่มีรายรับรายจ่ายเป็นประจำ
และสามารถทำรายการถอนเงินด้วยตนเองได้
เงินฝากประจำ
โดยปกติแล้วจะเป็นเงินฝากที่เสนออัตราดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าผู้ฝากเงินสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์
แต่จะมีเงื่อนไขระยะเวลาระบุ เช่น 3 เดือน 6
เดือน 12 เดือน เมื่อฝากเงินถึงระยะเวลาที่กำหนด
ธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราที่แจ้งให้ลูกค้ารับทราบ ณ วันที่ได้ทำการฝากเงิน โดยลูกค้าผู้ฝากเงินจะต้องเสียภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยที่ได้รับ
15%
ซึ่งการคำนวณดอกเบี้ยจะแยกกันตามครั้งที่ลูกค้าได้มีการฝากเงิน จริงๆแล้วบัญชีเงินฝากประจำลูกค้าสามารถที่จะถอนเงินก่อนกำหนดได้
แต่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่ได้ตกลงไว้กับธนาคารในตอนแรก สำหรับบัญชีเงินฝากประจำที่มีลักษณะของดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากันตลอดระยะเวลา
โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของการยิ่งฝากนานอัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งค่อยๆเพิ่มขึ้น
ธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยโดยใช้หลักการเดิมคือ คำนวณจากยอดคงค้างเมื่อสิ้นวันทำการ
คูณด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดของวันนั้น ๆ และหารด้วย 365 โดยเงินฝากประจำเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงิน
และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น 3 เดือน 6 เดือน
เงินฝากปลอดภาษี
จะเป็นเงินฝากที่มีลักษณะพิเศษ คือเป็นลักษณะของเงินฝากประจำที่มีเงื่อนไขระบุระยะเวลา
แต่ลูกค้าจะต้องมีการส่งมอบเงินฝากให้แก่ธนาคารเป็นประจำทุกเดือน เดือนละเท่า ๆ
กัน โดยยอดรวมจะต้องไม่เกินกว่า 600,000 บาทเมื่อครบกำหนด
บัญชีเงินฝากปลอดภาษีจะสามารถทำได้เพียง 1 บัญชีต่อ 1 คนเท่านั้น ถ้าผู้เปิดบัญชีจดทะเบียนสมรสแล้ว คู่สมรสทั้ง
2 คนจะสามารถมีบัญชีรวมกันแล้วได้เพียง
1
บัญชีเท่านั้น และลูกค้าผู้เปิดบัญชีไม่สามารถเปิดบัญชีเงินฝากปลอดภาษีซ้อนกันในหลาย
ๆ ธนาคารได้ ในกรณีที่ลูกค้ามีการผิดนัดส่งมอบเงินฝากตามที่ได้ตกลงไว้กับทางธนาคาร
ลูกค้าจะสามารถผิดนัดส่งมอบได้เพียง 2 ครั้งในตลอดระยะเวลาการฝากทั้งหมด ถ้ามีการผิดนัดส่งมอบมากกว่านั้น
ธนาคารจะทำการจ่ายดอกเบี้ยแบบผิดเงื่อนไขให้แก่ลูกค้าผู้ฝากเงินแทน ซึ่งอาจจะเท่ากับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
แต่ลูกค้าจะต้องเสียภาษีเงินได้จากดอกเบี้ยที่ได้รับ สำหรับบัญชีเงินฝากปลอดภาษีแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้สม่ำเสมอ
และต้องการสร้างวินัยในการออม
เงินฝากกระแสรายวัน
เป็นบัญชีเงินฝากที่ไม่มีข้อจำกัดในการฝากถอน แต่ลูกค้าจะไม่ได้รับสมุดเงินฝาก
ดังนั้นการถอนเงินจะสามารถทำได้ด้วยการจ่ายเป็นเช็ค
บัญชีเงินฝากประเภทนี้อาจจะไม่มีดอกเบี้ยเงินฝากก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโนบายของแต่ละธนาคาร
แต่ถ้ามีการจ่ายดอกเบี้ย ลูกค้าผู้ฝากเงินจะต้องทำการเสียภาษีเงินได้ 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ บัญชีเงินฝากประเภทนี้
เหมาะสำหรับบุคคล หรือธุรกิจที่ต้องมีการถอนเงินเป็นประจำ โดยไม่ต้องการถอนเงินด้วยตัวเอง
โดยจะสามารถใช้เช็คในการสั่งจ่ายเงินแทน
นายพากเพียร




แทบขว้างกระปุกทิ้งเลยทีเดียว ฮ่าๆ
ตอบลบที่ 1 ฮ่า
ตอบลบฮาตอนสุดท้ายนี่ล่ะ หักมุมจริงๆ
ตอบลบฮาาาาา เข้าใจอารมณ์น้องแพนด้า ... เพราะเคยถามแบบนี้เหมือนกัน แต่เงินมีน้อยนิด ><
ตอบลบเงินฝากปลอดภาษี นี่คือ สินมัธยะ หรือเปล่าครับ?
ตอบลบเงินฝากปลอดภาษีของแต่ละธนาคารจะมีชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกันนะครับ
ลบให้ลองดูในรายละเอียด ถ้าเป็นเงินฝากที่ต้องฝากทุกเดือนและมีแบบฟอร์มแจ้งสรรพากร ก็ใช้เลยครับ
ตอนเด็กๆ เห็นเพื่อนในห้องมีบัญชีธนาคาร บอกแม่ฝากให้ อยากมีมั่ง แต่แม่เราไม่มีเงินฝากให้ก็เลยหยอดออมสิน เก็บๆ จบ ป. 6 มีเงินฝากเป็นหมื่น 555+
ตอบลบเก่งจังเลยครับ เงินออมต้องฝึกเป็นนิสัย ถึงจะเห็นผลครับ
ลบขำมุกสุดท้ายครับ หักมุมได้ดีเลย ^^
ตอบลบฮา+ความรู้...ชอบๆๆ
ตอบลบน่าสงสารจังเลย เก็บเงินจนตายก็ยังไม่ได้ ฟีโน่
ตอบลบแบบนี้ควรเพิ่มเงินออม หรือ เพิ่มอายุไขดี อิอิ ^_____^
ชอบมากเลยครับฮ่าๆ
สงสารแพนด้าจัง ชีวิตรันทดเหมือนเราเลย 55+
ตอบลบซื้อจักรยานก่อนละกัน
ตอบลบสนุกจังเลยครับ ได้ทั้งสาระและอารมณ์ขันในเวลาเดียวกัน
ตอบลบตรงอธิบาย เขียนผิดหรือเปล่าครับ
ตอบลบถ้าดอกเบี้ยที่ได้รับต่อปีเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 20,000 บาท จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี <<
ตกลงยอดดอกเบี้ยที่ไม่เกิน สองหมี่นบาท เสีย หรือไ่ม่เสียภาษี